แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Topics - panne rattana

หน้า: [1]
1
ประเด็นหลัก
• การกินอาหารในหน้าร้อนมักเกิดโรคที่เกี่ยวกับระบบทางเดินอาหาร หากจะป้องกันไม่ให้เกิดภาวะเช่นนี้ ควรกินอาหารที่ปรุงสุกใหม่ หลีกเลี่ยงของหมักดอง หรืออาหารทะเล และตัวช่วยที่ดีอีกอย่างคือ ควรกินร้อนช้อนกลางจะดีที่สุด


ไม่ว่าฤดูไหนในเมืองไทยก็ดูร้อนไปซะหมด แต่จะร้อนที่สุดก็คงหนีไม่พ้นช่วงฤดูร้อนนี่ล่ะค่ะ และสิ่งที่ตามมากับอากาศร้อนๆ แบบนี้ ก็มักเป็นปัญหาที่มาจากการกินอาหาร เพราะเจ้าเชื้อโรคต่างๆ มักเจริญเติบโตได้ดี แล้วเราควรเลือกกินอาหารอย่างไรให้ห่างไกลจากอาการท้องเสีย ตามไปดูกันเลยค่ะ

โรคที่มากับหน้าร้อน

มักเป็นโรคที่เกี่ยวกับระบบทางเดินอาหาร เพราะในฤดูร้อนเป็นอุณหภูมิที่เชื้อโรคชอบเป็นพิเศษ และเจริญเติบโตได้รวดเร็ว อาหารที่ใช้กะทิเป็นส่วนประกอบจะเสียเร็วกว่าปกติ นอกจากอาหารแล้วเครื่องดื่มก็สำคัญ โดยเฉพาะน้ำแข็ง ยิ่งร้อนมากเท่าไรยิ่งอยากกินน้ำแข็งมากขึ้น รู้ไหมคะว่าน้ำแข็งมักไม่ค่อยสะอาด อาการอีกอย่างที่ชอบเกิดในช่วงนี้คือ จะทำให้เราเบื่ออาหาร กินไม่ลง กินไม่ตรงเวลา ส่งผลถึงระบบทางเดินอาหารมากยิ่งขึ้น

กินอย่างไรให้ดี


1. ดื่มน้ำให้เพียงพอ
ช่วงอากาศร้อนร่างกายจะขับเหงื่อออกมาก ทำให้ร่างกายสูญเสียน้ำ การได้รับน้ำอย่างเพียงพอ จึงเป็นสิ่งสำคัญและจำเป็น เพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำ สำหรับปริมาณน้ำที่ร่างกายต้องการในหนึ่งวันคือ 0.05 ลิตร ต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม ตัวอย่างเช่น ผู้หญิงน้ำหนักตัว 50 กิโลกรัม ต้องการน้ำ 2.5 ลิตร (8-10 แก้ว) นอกจากน้ำเปล่าแล้ว ควรกินผลไม้ที่น้ำเพิ่มเติมด้วย เช่น แตงโม แตงกวา ฟัก เป็นต้น


2. เลี่ยงของหวาน
อากาศร้อนยิ่งทำให้อยากกินของเย็นๆ มากยิ่งขึ้น เช่น ไอศกรีมเพื่อดับร้อน ความจริงแล้วเราสามารถกินได้ แต่ไม่ควรกินเยอะเกิน เพราะทั้งหวานทั้งมัน อาจทำให้น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น อีกทั้งหากเป็นไอศกรีมกะทิอาจจะทำให้ปวดท้องได้เมื่อกินในปริมาณมาก แนะนำให้เลือกกินประเภท ซอร์เบท (Sorbet) หรือเปลี่ยนเป็นสมูทตี้ เบอร์รี่ หรือผลไม้อื่น จะให้ความสดชื่นมากยิ่งขึ้น และในส่วนของน้ำแข็งขอให้เน้นที่ความสะอาดด้วยค่ะ

กินอาหารหน้าร้อนต้องเลือกอย่างถูกวิธี คลิ๊กที่นี่https://www.parpaikin.com/

2
ประเด็นหลัก

• เทคนิคการต้มไข่ให้ได้ “ไข่ยางมะตูม” แค่กะเวลาให้ถูกก็ได้กินตามใจปาก
• ไข่ไก่สดจับแล้วจะสากมือ มีน้ำหนัก วางลงน้ำไข่จะนอน ไม่ตั้ง
• หากซื้อไข่ที่ซุปเปอร์มาเก็ต ให้ดูความสดใหม่ของไข่ หรือสังเกตวันหมดอายุข้างกล่อง ให้เลือกกล่องที่อายุวันน้อยที่สุด

“อยากกินไข่ต้มยางมะตูมเหมือนที่ร้านอาหารวันก่อนจังเลย แต่พอมาต้มเองทีไรทำไมได้ไม่เหมือนกับที่ร้านอาหารทำนะ?” เชื่อว่าหลายคนคงเคยหงุดหงิดกับการต้มไข่เพื่อให้ได้ไข่ต้มแบบนุ่มๆ ปาดออกมาแล้วเจอไข่แดงไหลเยิ้มๆ หรือที่เรียกกันว่า “ไข่ต้มยางมะตูม” พอทำเองทีไรเป็นอันต้องครัวล่มทุกที วันนี้เราจะมาทำให้เรื่องต้มไข่กลายเป็นเรื่องง่ายสำหรับทุกท่านกันค่ะ ตามมาดูกันดีกว่าว่าต้องทำอย่างไรกันบ้าง!
เลือกอย่างไรให้ได้ไข่สด

จะรู้ได้อย่างไรว่าไข่ฟองนั้นสดใหม่เหมือนเพิ่งฟักออกมาจากแม่ไก่? วิธีเช็คก็คือ ให้จับบริเวณเปลือกไข่แล้วจะรู้สึกสากมือ เพราะมีนวลแป้งเคลือบเปลือกไข่อยู่ ซึ่งช่วยป้องกันไม่ให้น้ำ อากาศ และสิ่งสกปรกเข้าไป มีน้ำหนัก วางลงในน้ำไข่จะนอน ไม่ตั้ง

ส่วนไข่เป็ด ให้จับไข่ส่องกับแสง ไข่จะตัน ไม่มีโพรงอากาศที่ปลายของฟองไข่ เปลือกต้องสะอาด ลูกจะหนัก เมื่อวางลงในน้ำไข่จะนอนเช่นกัน หากซื้อในซุปเปอร์มาเก็ตหรือร้านสะดวกซื้อ ไข่ไก่จะระบุวันผลิต ซึ่งหมายถึงวันบรรจุกล่อง ให้เลือกซื้อไข่ที่ดูสด หรือดูอายุวันน้อยที่สุด
เทคนิคการต้มไข่

สำหรับเทคนิคการต้มไข่ที่นำมาแนะนำกันในวันนี้ ให้เริ่มต้นจากการนำไข่ไก่ที่เพิ่งนำออกจากตู้เย็นใส่ลงในหม้อต้ม แล้วเทน้ำสะอาดตามลงไปจนท่วม ให้สูงกว่าไข่ไก่ประมาณ 1 นิ้ว จากนั้นก็นำหม้อขึ้นตั้งไฟต้มจนน้ำเดือดถึงจุดสูงสุด ปิดไฟ พักทิ้งไว้ให้ความร้อนค่อยๆ ซึมเข้าไปในไข่ไก่ โดยในขณะที่อุณหภูมิไข่ไก่เพิ่มขึ้น อุณหภูมิของน้ำก็จะลดลง ด้วยเคล็ดลับดังกล่าวนี้เองที่จะทำให้ได้ไข่ต้มตามที่ต้องการมากขึ้น และในครั้งต่อๆ ไปหากต้องการไข่ต้มแบบเดิมในสูตรเดียวกันนี้ ก็ควรจะใช้ไข่ไก่เบอร์เดียวกัน น้ำต้มในหม้อปริมาณที่เท่ากัน และความร้อนที่ระดับเดิมด้วย

เทคนิคการต้มไข่ ต้มอย่างไรให้ได้ตามใจปาก คลิ๊กที่นี่https://www.parpaikin.com/

หน้า: [1]