แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Topics - panne rattana

หน้า: [1] 2 3 ... 20
1
สำหรับหลาย ๆ คนที่มีบัตรเครดิต และบัตรกดเงินสดอยู่ในมือ การใช้จ่ายในบางครั้งก็อาจทำให้คุณลังเลได้ว่า จะใช้บัตรใบไหนดี ระหว่างบัตรเครดิตและบัตรกดเงินสด

ถึงแม้ว่าอัตราดอกเบี้ยที่ระบุในสัญญา หรือประกาศของธนาคาร จะมีความชัดเจนว่า บัตรทั้งสองใบนี้มีความแตกต่างกัน แต่ถ้าคำนึงถึงค่าธรรมเนียมต่าง ๆ แล้ว บัตรใบไหนจะคุ้มค่ากว่ากัน วันนี้ เรามาหาคำตอบไปพร้อมกันดีกว่าว่า บัตรกดเงินสด และบัตรเครดิต ใบไหนคุ้มค่ากว่ากัน มาดูกันเลยค่ะ

บัตรเครดิตใช้งานอย่างไร
บัตรเครดิต การให้สินเชื่อที่ไม่มีหลักประกันจากธนาคาร ซึ่งข้อกำหนดต่าง ๆ จะถูกกำหนดโดยธนาคารแห่งประเทศไทย เช่น อัตราดอกเบี้ย เงินเดือนขั้นต่ำ ที่สามารถสมัครใช้ บริการบัตรเครดิตได้ โดยปัจจุบันเงินเดือนขั้นต่ำของผู้มีรายได้ประจำอยู่ที่ 15,000 บาทต่อเดือน เมื่อธนาคารได้ตรวจสอบรายได้และข้อมูลประวัติการใช้สินเชื่อแล้ว ธนาคารจะพิจารณาออกบัตรพร้อมวงเงินสินเชื่อตามที่ทางธนาคาร เห็นสมควร เช่น 50,000 บาท ยอดเงินจำนวนนี้ผู้ใช้บัตรไม่ต้องฝากเงินไว้ก่อนล่วงหน้า และไม่ต้องหาทรัพย์ใด ๆ ไปค้ำประกันวงเงินสินเชื่อ

ดังนั้น อัตราดอกเบี้ยจึงสูงกว่าสินเชื่อที่มีหลักทรัพย์ค้ำประกันทั่วไป เช่น สินเชื่อบ้าน สินเชื่อรถยนต์ โดยอัตราดอกเบี้ยบัตรเครดิตของธนาคารนั้น จะอยู่ที่ประมาณ 20% ต่อปี แต่ข้อดีคือ มีระยะปลอดดอกเบี้ยที่อาจจะสูงสุดถึง 40 – 45 วันแล้วแต่ธนาคาร ผู้ถือบัตรสามารถนำไปรูดซื้อสินค้าได้ทั่วประเทศ และทั่วโลก โดยไม่จำเป็นต้องพกเงินสดติดตัวไปเป็นจำนวนมาก เป็นการสร้างความปลอดภัย ให้มั่นใจทุกการจับจ่ายในทุกที่ทุกเวลา พร้อมรับคะแนนสะสม เพื่อแลกของรางวัลอีกมากมาย

แต่ก็ยังมีอีกข้อที่ควรรู้ นั่นคือ คุณสามารถเบิกเงินสดได้จากตู้ ATM ทั่วประเทศได้เช่นกัน แต่การใช้บริการในลักษณะนี้ คุณจะต้องเสียค่าธรรมเนียมการกดเงินสด 3% ของวงเงินกดในแต่ละครั้งทันที (เบิกขั้นต่ำ 3,000 บาท) รวมทั้ง VAT อีก 7% บนค่าธรรมเนียมกดเงินสดนี้ด้วยนะคะ
 
รู้หรือไม่ว่า บัตรเครดิต กับ บัตรกดเงินสด ใบไหนใช้คุ้มกว่ากัน คลิ๊กที่นี่ http://www.checkraka.com/price/credit-card-2-77/

2
ปลาทอง เป็นปลาสวยงามอันดับต้น ๆ ที่ได้รับความนิยมเลี้ยงกันอย่างกว้างขวาง เพราะสวยงามและดูมีชีวิตชีวา แถมชื่อยังเป็นมงคลอีกด้วย นักเลี้ยงปลาทั้งมืออาชีพและมือสมัครเล่น จึงเลือกเลี้ยงเจ้าปลาชนิดนี้ไว้ดูเล่นกันเป็นจำนวนมาก

          แม้ว่าปลาทอง จะเป็นปลาสวยงามที่เลี้ยงไม่ยาก แต่หลายต่อหลายคนก็อกหักจากการเลี้ยงปลาทองมาแล้วไม่น้อย เนื่องจากปลาทองจัดเป็นปลาที่ตายได้ง่าย ๆ หากไม่รู้วิธีการเลี้ยงอย่างถูกต้อง และวันนี้เรามีคำแนะนำดี ๆ ในการเลี้ยงมาฝากกัน

          ก่อนอื่นมาทำความรู้จักปลาทองที่ได้รับความนิยมเลี้ยงในไทย แบ่งออกเป็น 2 สายพันธุ์คือ 

          1.ปลาทองพันธุ์หัวสิงห์ มีลักษณะเด่นบริเวณหัว ที่จะมีก้อนเนื้อหุ้มอยู่คล้ายสวมหัวโขน
 
          2.ปลาทองพันธุ์ออรันดา ลำตัวค่อนข้างยาว ครีบหางอ่อนช้อยเป็นพวงสวยงาม

 ภาชนะที่ใช้เลี้ยง

          ในการเลี้ยงปลาทองให้สุขภาพแข็งแรง และมีสีสันสดใส จำเป็นต้องใส่ใจรายละเอียดตั้งแต่สถานที่เลี้ยง และภาชนะที่ใช้เลี้ยง โดยทั่วไปนิยมเลี้ยงในตู้กระจกใส และอ่างซีเมนต์ หากเลี้ยงในตู้กระจกควรเลือกขนาดที่มีความจุของน้ำอย่างน้อย 40 ลิตร ใช้เลี้ยงปลาทองได้ 12 ตัว แต่ถ้าเลี้ยงในอ่างซีเมนต์ ต้องคำนึงถึงแสงสว่าง ควรเป็นสถานที่ไม่อับแสง และแสงไม่จ้าจนเกินไป ทั้งนี้ ควรใช้ตาข่ายพรางแสง ประมาณ 60% ปิดปากบ่อ ส่วนสภาพของบ่อเลี้ยงควรสร้างให้ลาดเอียง เพื่อความสะดวกในการเปลี่ยนถ่ายน้ำ
   
 การให้อาหาร

          แนะนำว่าควรให้อาหารสำเร็จรูป วันละ 1-2 ครั้ง โดยการให้แต่ละครั้งไม่ควรมากจนเกินไป เพราะจะทำให้ปลาทองอ้วน และเสี่ยงตายได้ เนื่องจากปลาทองค่อนข้างกินจุ ดังนั้นอย่าตามใจปากปลาทอง ส่วนอาหารเสริมอย่างลูกน้ำและหนอนแดง สามารถให้เสริมได้โดยดูความอ้วนและความแข็งแรงของตัวปลา ลักษณะปลาที่ตัวใหญ่หรืออ้วน สังเกตได้จากบริเวณโคนหางจะใหญ่แข็งแรงและมีความสมดุลกับตัวปลา และเมื่อมองจากมุมด้านบนจะสังเกตเห็นความกว้างของลำตัวอ้วนหนาและบึกบึน ขณะที่สีบนตัวปลาจะต้องมีสีสดเข้ม

แนะวิธีเลี้ยงปลาทองอย่างถูกต้อง คลิ๊กที่นี่ https://www.petcitiz.info/รู้ก่อนคิดเลี้ยงปลาทอง/

3
เรียกได้ว่าโทรศัพท์มือถือนั้นแทบจะเป็นปัจจัยที่ 5 ของการดำรงชีวิตเลยก็ว่าได้ จะไปไหนมาไหนก็ต้องพกมือถือติดตัวอยู่ด้วยตลอดเวลา ทำให้การทำธุรกรรมออนไลน์ต่างๆ ก็แพร่หลายมากขึ้นด้วย รวมไปถึงการกดเงินสดออกจากตู้ ATM โดยไม่ต้องง้อบัตรเอทีเอ็ม (ATM) หรือ บัตรเดบิต (Debit Card) เลย แถมตอนนี้ยังสามารถกดเงินแบบไม่ใช้บัตรข้ามเขตได้โดยไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมอีกด้วย! ทำให้เพื่อนๆ หมดปัญหาเรื่องการลืมกระเป๋าสตางค์ หรือคนที่ไม่มีบัตรเอทีเอ็มได้อย่างตรงจุด วันนี้ CheckRaka.com จะพาไปดูกันว่า.. บริการกดเงินแบบไม่ใช้บัตรนั้นสามารถทำได้กี่แบงก์ พร้อมวิธีการใช้งานแอปพลิเคชันของแต่ละแบงก์กันค่ะ ^^

วิธีกดเงินไม่ใช้บัตร ธนาคารกรุงศรี (BAY)

เริ่มกันที่ธนาคารแรก คือ ธนาคารกรุงศรี (Bank of Ayudhya) มีบริการที่เรียกว่า "กดเงินไม่ใช้บัตร (Krungsri Cardless)" ถอนได้มากกว่า 6,600 ตู้ตลอด 24 ชม. ฟรี! ไม่คิดค่าธรรมเนียม
เงื่อนไขการกดเงินแบบไม่ใช้บัตร (Krungsri Cardless)
ถอนเงินได้ไม่เกิน 30,000 บาทต่อครั้ง
ถอนได้สูงสุดไม่เกิน 100,000 บาทต่อวัน
รับรหัสถอนเงิน 6 หลัก ที่ได้จาก KMA ไปกดเงินสดที่ตู้ธนาคารกรุงศรีได้เอง โดยใช้รหัสถอนเงินที่ได้รับ รหัสมีอายุการใช้งาน 5 นาทีนับจากทำรายการ

วิธีกดเงินไม่ใช้บัตร ธนาคารทหารไทย (TMB)

ต่อมาคือ ธนาคารทหารไทย (TMB) มีบริการถอนเงินสดไม่ใช้บัตร เช่นกัน โดยทำรายการผ่านแอปฯ ทีเอ็มบี ทัช ก็สามารถถอนเงินสดจากตู้ ATM ธนาคารทีเอ็มบี ได้ทั่วประเทศฟรี! ไม่จำกัดจำนวนครั้ง ตลอด 24 ชั่วโมง (สามารถทำรายการถอนเงินสดโดยไม่ใช้บัตรที่ตู้ ATM และ ADM ของธนาคารทีเอ็มบี และถอนภายในประเทศไทยเท่านั้น)
เงื่อนไขการกดเงินแบบไม่ใช้บัตร บน TMB TOUCH
ถอนเงินได้สูงสุด 20,000 บาทต่อครั้ง / วงเงินในการถอนต่อวันขึ้นอยู่กับประเภทบัญชี
รหัสถอนเงินมีอายุการใช้งาน 30 นาที นับตั้งแต่ได้รับรหัส

วิธีกดเงินไม่ใช้บัตร ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB)

เรียกได้ว่าเป็นธนาคารเจ้าแรกที่ได้ริเริ่มให้มีการกดเงินแบบไม่ใช้บัตร นั่นก็คือ ธนาคารไทยพาณิชย์ ซึ่งก็ทำให้ใครหลายๆ คนที่เคยมีปัญหาในการลืมกระเป๋าสตางค์นั้น หมดกังวลไปเลย และสะดวกไปอีกกับการถอนเงินข้ามเขตแบบไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียม
เงื่อนไขการกดเงินไม่ใช้บัตร ผ่าน SCB EASY
ถอนได้ไม่เกิน 20,000 บาท/ ครั้ง
ถอนได้สูงสุดไม่เกิน 50,000 บาท/ วัน
รหัสถอนเงินที่ได้รับ มีอายุการใช้งาน 15 นาที นับตั้งแต่ได้รับรหัส
จะสามารถขอรหัสถอนเงินใหม่ได้ เมื่อรหัสถอนเงินเดิมหมดอายุ

วิธีกดเงินแบบไม่ใช้บัตร แต่ละธนาคารทำอย่างไร คลิ๊กที่นี่ https://www.checkraka.com/knowledge/credit-card-2-77/1699528/

4
สวัสดีเพื่อนๆ ทุกท่าน กลับมาพบกับบทความรีวิวสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ๆ อีกเช่นเคย วันนี้เราอยู่กับสมาร์ทโฟนเรือธงรุ่นล่าสุดของ Samsung แน่นอนว่าจะเป็นรุ่นไหนไปไม่ได้นอกจาก Galaxy Note 9 นั่นเอง หลังจากที่ได้ลองใช้มาราวๆ 2 สัปดาห์ วันนี้ก็จะมารีวิวให้อ่านกันแบบละเอียดๆเลยว่ารุ่นนี้ที่หลายคนอาจจะดูไม่หวือหวา (รวมถึงผมด้วยตอนพรีวิว) แต่ถ้าได้ลองใช้จริงๆจังๆจะเป็นอย่างไร มีอะไรบ้างที่เปลี่ยนมาแล้วว้าว มีอะไรที่ยังคงต้องเพิ่มเข้ามาอีกบ้าง มาอ่านไปพร้อมๆกันเลยครับ

กล่องทรงเดิมเพิ่มเติมคือเน้นที่สีปากกา !

เริ่มต้นกันที่ตัวกล่องกันก่อนเลย รอบนี้ทาง Samsung เลือกใช้ตัวปากกา S Pen เป็นตัวสื่อสีสันของตัวเครื่องอย่างชัดเจน และแน่นอนว่าสีที่เราได้มาก็คือสีทองงง ! เอ้ยๆ ไม่ใช่สิ ตัวปากกาน่ะสีทองแต่ตัวเครื่องเป็นสีน้ำเงินนะจ๊ะ ซึ่งสีนี้ก็เป็นสีฮีโร่เลยเพราะว่าเป็นสีที่ทาง Samsung ใช้โปรโมทเป็นหลักนี่แหละ

ตัวกล่องยังคงเป็นแบบ 2 ชั้นเหมือนเดิมคือเมื่อเลื่อนปลอกที่มีรูปปากกาออกจะเจอกล่องชั้นในที่ใช้การเปิดจากด้านข้าง ส่วนตัวชอบกล่องแบบนี้มากกว่าแบบที่ต้องดึงกล่องขึ้นจากด้านบนเพราะเปิดได้ง่ายไม่ต้องมาเขย่าๆเอาเนอะ

ตัวอุปกรณ์ที่อยู่ด้านไหนจะวางไว้อย่างเป็นระเบียบ แต่เราก็จะลื้อออกมาให้เป็นระเบียบเรียงกันไว้ให้ดูแบบนี้แหละ (แป่ว :P) ซึ่งอุปกรณ์ที่ให้มาทั้งหมดก็มีดังนี้ครับ

ตัวเครื่อง Galaxy Note 9
เคสซิลิโคนใส
สาย USB Type-C
อแดปเตอร์ Adaptive Fast Charge
หูฟัง AKG
USB OTG (USB Type-A to Type-C)
หัวปากกาสำรอง
คู่มือการใช้งาน
เข็มจิ้มถาดซิม

เช่นเดียวกับตอน S9 ครับ ทาง Samsung ให้อุปกรณ์มาตรฐานมาครบพร้อมใช้เลยทั้งหูฟังคุณภาพสูง, USB OTG หรือจะเป็นเคสซิลโคนใสที่มีติดมาให้ตั้งแต่ในกล่องด้วยเลย พร้อมใช้ตั้งแต่แกะกล่องเลยล่ะครับ

อะ...ขอเสริมตรงนี้เล็กน้อยกับการขายของแบบไม่ค่อยเนียน :P สำหรับเพื่อนๆที่กังวลว่าตัวหน้าจออันสวยหรูของ Galaxy Note 9 นี้จะเป็นรอยหรือเกิดอุบัตเหตุ ไม่ต้องห่วง ! เพราะทันทีที่ตัวเครื่องพร้อมขายทาง Focus ก็มีกระจกกันรอบแบบ 3D Full Stick ปกป้องหน้าจอเต็มๆพร้อมเนียนตาไปทั้งด้านหน้า ทัชใช้งานได้ลื่นๆหรือจะใช้คู่กับเคสต่างๆก็ทำได้ด้วยเช่นกัน เรียกว่าใครที่กังวลเรื่องฟิล์มหรือกระจกกันรอยอยู่หายห่วงได้จ้าา

Samsung Galaxy Note 9 เรือธงคู่ปากกาที่ครบเครื่อง คลิ๊กที่นี่ https://www.checkraka.com/mobilephone/%E0%B8%8B%E0%B8%B1%E0%B8%A1%E0%B8%8B%E0%B8%B8%E0%B8%87-SAMSUNG-Galaxy-Note-9-128GB-1449713/

5
ในปัจจุบันค่ายมือถือต่างๆหันมาใส่ใจกับการออกแบบผลิตภัณฑ์ให้โดนใจผู้บริโภคกันมากขึ้น ส่งผลให้มีสมาร์ทโฟนในตลาดให้เลือกหลายรุ่น หลายราคา และหลากดีไซน์ ทำให้ผู้บริโภคในปัจจุบันมีทางเลือกมากมาย และสามารถเปรียบเทียบข้อมูลเพื่อสรรหาสมาร์ทโฟนที่ตอบโจทย์ด้านการใช้งานได้มากที่สุด แต่จะเลือกอย่างไรให้คุ้มกับเงินที่เสียไป วันนี้ หัวเว่ย คอนซูมเมอร์ บิสสิเนส กรุ๊ป (ประเทศไทย) ผู้ผลิตแอนดรอยด์ สมาร์ทโฟนอันดับสองของโลก มีคำแนะนำดีๆมาฝากกัน

หน้าจอ
เนื่องจากสมาร์ทโฟนกลายมาเป็นสิ่งสำคัญในชีวิตประจำวัน โดยทำหน้าที่เป็นเสมือนเพื่อนคู่ใจที่ต้องหยิบจับขึ้นมาใช้ตั้งแต่ตื่นนอนตอนเช้า ไม่ว่าจะเป็น อ่านข่าว ดูหนัง ฟังเพลง เล่นเกมส์ รับส่งอีเมล์ ดังนั้น ขนาดของหน้าจอจึงเป็นปัจจัยสำคัญในการเลือกสมาร์ทโฟนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งขนาดหน้าจอมีตั้งแต่ 4.7 นิ้วไปจนถึง 6.8 นิ้ว โดยในการเลือกซื้อก็ควรพิจารณาให้เหมาะสม โดยดูจากอัตราส่วนของหน้าจอและตัวเครื่อง หากคุณเป็นคนที่ชอบพิมพ์งาน หรือพูดคุยตอบโต้ผ่านโปรแกรมแชท ควรเลือกหน้าจอแบบกว้าง แต่ถ้าคุณเป็นคนที่ชอบดูหนัง เล่นเกมส์ ควรเลือกสมาร์ทโฟนที่มีสัดส่วนของจอที่ยาว จึงจะเหมาะกับการใช้งานมากกว่า

ดีไซน์
ความสวยงามของดีไซน์เป็นสิ่งหนึ่งที่สะท้อนตัวตนและรสนิยมของผู้ใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นวัสดุที่เลือกใช้ งานประกอบที่ประณีต หรือแม้แต่การตกแต่งขอบของตัวเครื่อง สิ่งเหล่านี้ล้วนแต่ถูกออกแบบมาเพื่อให้ตรงกับรสนิยมของผู้ใช้ที่แตกต่างกันไปตามวัยและจุดประสงค์ของการใช้งานเป็นสำคัญ ในการเลือกซื้อควรคำนึงถึงวัสดุที่นำมาใช้ในการออกแบบตัวเครื่องเป็นหลัก ต้องมีความแข็งแรงคงทนเหมาะสมกับการใช้งาน โดยผลิตภัณฑ์ของหัวเว่ยมีหลากหลายรุ่นที่ใช้กระจกกันรอย คุณภาพพรีเมียมอย่าง Gorilla Glass เช่น หัวเว่ย พีแปด และออเนอร์ หกพลัส ที่แข็งแรงและทนทานต่อรอยขีดข่วนและแถมดีไซน์สวยล้ำสมัยอีกด้วย

สเปคตัวเครื่อง
หากต้องการสมาร์ทโฟนที่ตอบสนองความต้องการใช้งานรวดเร็ว ไม่ว่าจะดูหนัง ฟังเพลง หรือเล่นอินเตอร์เน็ตไม่สะดุด เราควรเลือกสมาร์ทโฟนที่มีสเปคสูง โดยดูได้จาก RAM CPU และหน่วยประมวลผล ซึ่งมีมาให้เลือกหลากหลายไม่ว่าจะเป็น Single Core, Dual Core, หรือ Quad Core โดยหน่วยประมวลผลดังกล่าว เปรียบเสมือนสมองของสมาร์ทโฟนที่ใช้ในการจัดการการทำงานของตัวเครื่องนั่นเอง

เลือกซื้อสมาร์ทโฟนอย่างไรให้คุ้มค่า คลิ๊กที่นี่ https://www.potatotechs.com/สมาร์ทโฟน/

6
เมนูอาหาร สเต็กเนื้อ น้ำจิ้มแจ่ว
อ้างถึงแก้ไข
สาวกคนรักเนื้ออย่าได้พลาด!!! กับเมนูนี้เลย! สเต๊กเนื้อสันใน กับน้ำจิ้มแจ่วแซ่บ ๆ คือดีจริงจริง!! ถึงกับกลืนน้ำลายกันอึกใหญ่เลยใช่ไหมล่ะครับตอนนี้ พูดมาเยอะขนาดนี้แล้วรออะไรละครับ ทนไม่ไหวแล้ว

ส่วนผสม
– เนื้อสันใน
– พริกป่น
– หอมแดง
– ต้นหอม
– น้ำมะนาว
– น้ำมันหอย
– น้ำมะขามเปียก
– ข้าวคั่ว
– น้ำตาล

วิธีทำ
– หมักเนื้อกับซอสหอยนางรม น้ำตาลทราย คลุกเคล้าให้เข้ากัน หมักทิ้งไว้ 1 คืน **เพื่อให้เนื้อนุ่มและรสชาติเข้าเนื้อฟินกันสุดๆไปเลยครับ**
– นำเนื้อที่หมักไว้ลงย่างในกระทะ ใช้เนยนนิดหน่อย ย่างให้สุกแค่ระดับปานกลาง (Medium) จะได้เนื้อ นุ่ม ๆ ฉ่ำ ๆ กำลังน่าทาน

“น้ำจิ้มแจ่ว”
– น้ำมะนาว 1 ช้อนโต๊ะ
– น้ำมะขามเปียก 2 ช้อนโต๊ะ
– น้ำปลา 3 ช้อนโต๊ะ
– น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา
– ข้าวคั่ว 1 ช้อนโต๊ะ
– พริกป่น 1/2 ช้อนโต๊ะ (เพิ่ม-ลดได้ตามชอบ)
– ต้นหอมซอย
จากนั้นคนผสมส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากัน ชิมรสแล้วปรุงตามใจชอบกันเลยครับ

เมนูอาหาร สเต็กเนื้อ น้ำจิ้มแจ่ว คลิ๊กที่นี่ https://www.parpaikin.com/เมนูอาหาร/

7
ห้องนั่งเล่นเปรียบเสมือนพื้นที่ที่พิเศษสุดสำหรับผู้อยู่อาศัย และแขกผู้มาเยือน เป็นพื้นที่รวมตัวของคนในครอบครัว ใช้เวลาว่างทำกิจกรรมร่วมกัน นอกจากนี้ยังบอกเล่ารสนิยม ความชอบส่วนตัวผ่านการตกแต่งห้องด้วย เฟอร์นิเจอร์

การเลือก เฟอร์นิเจอร์ ตกแต่งภายในห้องนั่งเล่น หรือห้องรับแขก ควรเลือกเฟอร์นิเจอร์ประเภทลอยตัว มีน้ำหนักเบา เนื่องจากห้องดังกล่าวต้องรองรับการใช้งานที่หลากหลายแล้ว สามารถปรับเปลี่ยนพื้นที่ตามการใช้งานให้เหมาะสมกับสารพัดกิจกรรม อีกทั้งช่วยสร้างบรรยากาศให้ผู้ใช้งานได้รู้สึกถึงความอบอุ่น เป็นกันเองด้วยค่ะ

1.ห้องนั่งเล่นต้องคู่กับโซฟา

เฟอร์นิเจอร์ที่โดดเด่น และเป็นพระเอกในห้องนั่งเล่น ก็คือ “โซฟา” ทำหน้าที่หลักที่จะต้อนรับคนในครอบครัว และแขกที่แวะเวียนเข้ามาเยี่ยมเยียนเสมอๆ การเลือกซื้อโซฟาที่ดี นอกจากจะสวยงาม ทนทาน ความพิถีพิถันก็เป็นเรื่องสำคัญไม่แพ้กัน เริ่มจากโซฟาที่เหมาะกับห้องในคอนโดมิเนียม ซึ่งมีพื้นที่ค่อนข้างจำกัด ขอแนะนำเป็นโซฟาเบดขนาด 2-3 ที่นั่ง พอให้นั่งดูหนังฟังเพลงได้สบายๆ ส่วนห้องขนาดพื้นที่ค่อนข้างใหญ่ เลือกโซฟาที่ตอบโจทย์ความต้องการของคุณได้มากขึ้น เช่น โซฟาเข้ามุม หรือโซฟารูปตัวแอล (L) รองรับการใช้งานที่หลากหลาย นั่งเล่น นอนเล่น ยืดขาได้ตามสบาย รวมถึงเก้าอี้พักผ่อน (Recliner) อีกหนึ่ง เฟอร์นิเจอร์ ทางเลือกที่ตอบโจทย์คนรักความสบาย มาพร้อมกับฟังก์ชั่นหลากหลาย ทั้งพนักพิง-ที่วางขา สามารถปรับเอนนอนได้ พร้อมระบบไฟฟ้า ใช้งานง่าย สะดวกสบายมากค่ะ

2.ชุดโต๊ะกลางสำหรับรับแขก

โซฟา คือ พระเอก โต๊ะกลางก็คงเป็นนางเอกสำหรับห้องนี้ค่ะ คงขาดชิ้นใดชิ้นหนึ่งไปไม่ได้ค่ะสำหรับคู่นี้ เมื่อพูดถึงการเลือกซื้อโต๊ะรับแขก เบื้องต้นก็คงต้องเลือกรูปร่างลักษณะที่เข้ากับโซฟา และบรรยากาศภายในห้อง โทนสีที่เลือกใช้ พยายามหลีกเลี่ยงสีฉูดฉาด วัสดุแข็งแรง ทนทานต่อการใช้งานที่หลากหลาย รูปทรงของโต๊ะกลางก็มีให้เลือกทั้งทรงสี่เหลี่ยม ทรงกลม ลองมาดูขนาดของโต๊ะรับแขกแต่ละรูปทรงกันบ้างค่ะ ทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า เป็นที่นิยมใช้มากที่สุด มีขนาดความยาวประมาณ 90-120 ซม. ความกว้าง 40-60 ซม. ความสูง 30-50 ซม. ทรงกลม หรือทรงรี มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางที่ 45-95 ซม.

ขนาดโต๊ะทรงกลมที่แนะนำ คือ ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 90 ซม. เพราะสามารถวางของได้พอดี ไม่เล็กไม่ใหญ่จนเกินไป ส่วนฟังก์ชั่นเสริมเล็กๆ น้อยๆ สำหรับโต๊ะกลาง สามารถเลือกแบบที่มีชั้นวางของ หรือวางหนังสือเล่มโปรดไว้ด้านล่างก็ได้ค่ะ

3.หมอนอิงนิ่มๆ กับโซฟาตัวโปรด

อีกหนึ่งองค์ประกอบที่จะทำให้ชุดโซฟาครบสมบูรณ์ และเป็นตัวช่วยสร้างสีสันบนโซฟา คือ หมอนอิงนุ่มๆ อีกสัก 2-3 ใบ เอาไว้นอนหนุน นอนกอดกันได้ทั้งครอบครัว หากคุณเบื่อบรรยากาศจำเจ ลองหาหมอนอิงที่มีขนาด ลวดลาย หรือสีสันที่ต่างกันไปมาวางประดับไว้ แต่อย่าลืมดูจำนวนที่เหมาะสมกับขนาดของโซฟาด้วยนะคะ

ขนาดหมอนอิงทั่วไป คือ ขนาด 18X18 นิ้ว และ ขนาด 20X20 นิ้ว สำหรับโซฟาขนาดใหญ่จะเหมาะกับหมอนอิงขนาด 24×24 นิ้ว ช่วยสร้างความรู้สึกสบายได้อย่างลงตัว ส่วนรูปทรงของหมอน แบบมาตรฐานทั่วไปแบ่งเป็น 4 แบบ คือ ทรง Bolster ทรงสีเหลี่ยมจัตุรัส ทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า และทรงกลม รูปทรงที่นิยมใช้กันมากที่สุด คือ ทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัส

อีกสิ่งหนึ่งที่ไม่ควรมองข้าม คือ เลือกหมอนอิงที่ถอดปลอกหมอนออกมาซักทำความสะอาดได้ เท่านี้ก็สร้างความสดใสให้กับห้องนั่งเล่น พร้อมรองรับแขก และทำกิจกรรมร่วมกันในครอบครัวได้แล้วค่ะ

แนวทางการเลือกเฟอร์นิเจอร์สำหรับห้องนั่งเล่น คลิ๊กที่นี่ https://www.gurubaan.com/เฟอร์นิเจอร์/

8
มาดูวิธีแก้ปัญหาท่อน้ำตันง่าย ๆ ไม่ต้องเรียกช่าง วิธีแก้ปัญหาน้ำตันด้วยน้ำส้มสายชู เบกกิ้งโซดา โซดาไฟ และของใกล้ตัวที่ช่วยแก้ปัญหาท่อน้ำตันได้อย่างดีเยี่ยม

หากกำลังประสบปัญหาท่อน้ำตัน อย่าเพิ่งกริ๊งกร๊างไปหาช่างซ่อม เพราะวันนี้กระปุกดอทคอมมีวิธีแก้ปัญหาท่อน้ำตันง่าย ๆ มาบอกต่อ โดยวิธีแก้ไขท่อน้ำตันด้วยตัวเองและของใช้ในบ้าน เช่น น้ำส้มสายชู เบกกิ้งโซดา โซดาไฟ และของอื่น ๆ อีกมากมายที่อยู่ใกล้มือ อยากรู้ว่าท่อน้ำตันทำอย่างไร ? ก็ตามไปหาคำตอบพร้อม ๆ กันเลยจาก 12 วิธีแก้ไขปัญหาท่อน้ำตัน

1. ที่ปั๊มส้วมช่วยได้ในเบื้องต้น
วิธีการแก้ไขเบื้องต้นปัญหาท่อน้ำอุดตันนั่นก็คือ การใช้ที่ปั๊มส้วม แต่จะให้ดีต้องปั๊มด้วยวิธีที่ถูกต้อง โดยการครอบที่ปั๊มลงไปที่ปากท่อ นำผ้าเปียกมาคลุมไว้รอบ ๆ ที่ปั๊มแล้วทำการปั๊มขึ้น-ลงประมาณ 6-10 ครั้ง เพื่อดึงเอาสิ่งที่อุดตันอยู่ในท่อขึ้นมา

2. น้ำส้มสายชูและเบกกิ้งโซดา
หากเกิดปัญหาท่อน้ำอุดตันแนะนำให้เทเบกกิ้งโซดาประมาณ ½ ถ้วยตวงลงไปในท่อ แล้วเทน้ำส้มสายชู ½ ถ้วยตวงตามลงไปและทิ้งไว้สักพัก จากนั้นให้ราดน้ำร้อนลงไปในท่อซ้ำอีกครั้ง

3. เบกกิ้งโซดาและเกลือ
วิธีนี้คล้ายกับวิธีที่ 2 แต่เปลี่ยนจากน้ำส้มสายชูเป็นเกลือ โดยเทเบกกิ้งโซดาประมาณ 1 ถ้วยตวงและเกลือ ½ ถ้วยตวงลงไปในท่อ แล้วปล่อยทิ้งไว้ 1 คืน จากนั้นเทน้ำร้อนลงไปในท่ออีก 2 ถ้วยตวง

4. ไม้แขวนเสื้อใช้ทะลวงท่อ
หากเราสามารถมองเห็นเศษขยะที่อุดตันอยู่ในท่อได้ ให้นำไม้แขวนเสื้อมาคลายออกให้เป็นลวดยาว ๆ งอปลายขึ้นเล็กน้อยเพื่อทำเป็นหัวตะขอเกี่ยว จากนั้นนำลวดด้านที่มีหัวเกี่ยวหย่อนลงไปในท่อเพื่อเกี่ยวเศษขยะที่อุดตันท่อขึ้นมา

ท่อตัน ด้วยตัวเองและของใช้ในบ้านท่อน้ำตันทำอย่างไร ? คลิ๊กที่นี่ https://www.bcithailand.net/ท่อตัน/

9
หลายคนคิดว่าการจัดฟันอาจจะมีแบบเดียว ซึ่งในปัจจุบันมีการจัดฟันมากมายหลายแบบ หลายสไตล์ให้เลือก ไม่ว่าจะเป็นการจัดฟันแบบสีเหมือนฟัน,จัดฟันแบบด้านใน, จัดฟันแบบใส, จัดฟันแบบโลหะกึ่งใส หรือการจัดฟันแบบโลหะด้านนอก แต่ละแบบก็จะมีวิธีการจัดฟัน อุปกรณ์ และค่าใช้จ่ายที่ต่างกันออกไป

การดัดฟันแบบใส

การจัดฟันแบบใสเป็นนวัตกรรมใหม่ ซึ่งมีการนำเทคโนโลยีการสร้างภาพแบบสามมิติบนจอคอมพิวเตอร์ ซึ่งจะมาช่วยในการออกแบบการสร้างชุดเครื่องมือสำหรับจัดฟันของแต่ละคน หลังจากตรวจฟันก่อนจัดฟันแล้ว ข้อมูลการสบฟันของลูกค้าจะถูกบันทึกลงบนแบบพิมพ์จากนั้นจะทำการส่งแบบพิมพ์ไปยังแลป ที่อเมริกา และมีกระบวนการผ่านขั้นตอน การผลิตที่ซับซ้อน และพิถีพิถัน ออกมาเป็นชุดเครื่องมือจัดฟันโดยเฉพาะ และผู้ที่มาจัดฟันจะต้องสวมใส่มันตลอดเวลา ตามที่ทันตแพทย์แนะนำ และจะมีการนัดให้มาเปลี่ยน เครื่องมือใหม่ทุกๆ 2 สัปดาห์ ซึ่งเครื่องมือจะค่อยๆขยับฟันไปทีละน้อยๆ และไปสู่ตำแหน่งที่ต้องการจัดฟันแบบใส

การดัดฟันแบบด้านใน

การจัดฟันแบบด้านใน เป็นเครื่องมือจัดฟันที่ติดอยู่บนผิวฟันด้านในหรือด้านลิ้น ซึ่งจะทำให้ไม่ สามารถเห็นได้จากด้านหน้า .ซึ่งการจัดฟันด้านใน เป็นวิธีการจัดฟันที่มีความพิเศษ มีการติดเครื่องมือบริเวณด้านหลังของฟัน และมองไม่เห็นเครื่องมือด้านหน้า ซึ่งแตกต่างจากการจัดฟันด้านนอกและจะทำให้มีรอยยิ้มได้อย่างมั่นใจ และอาจจะไม่มีใครรู้ว่าจัดฟันอยู่ แต่การจัดฟันแบบนี้ มีความซับซ้อนกว่าการจัดฟันแบบด้านหน้า เพราะด้านหลังของฟันแต่ละซี่มีรูปร่าง และขนาดที่ต่างกัน การจัดฟันด้านในจึงจำเป็นต้องใช้วัสดุการจัดฟันที่มีลักษณะพิเศษ

การดัดฟันแบบสีเหมือนฟัน

การจัดฟันแบบสีเหมือน คือการจัดฟัน โดยการติดเครื่องมือแบบเซรามิกใสไว้ที่ผิวฟันด้านหน้า แล้วจึงใส่ลวดผ่านร่องเครื่องมือ ส่วนใหญ่ใช้ยางสีใสรัดให้เข้ากับเครื่องมือ เพื่อทำการเคลื่อนและเรียงฟันให้สวยงาม

ประเภทของการดัดฟัน คลิ๊กที่นี่ https://www.idolsmiledental.com/ดัดฟัน/

10
กระแสสังคมสมัยนี้อย่างไรก็ต้องขาวไว้ก่อน จึงทำให้สาวๆต้องสรรหาสารพัดวิธีมาบำรุงผิวให้ผิว กระจ่างใสดูดีมีออร่า สุขภาพดี ส่วนสาวผิวคล้ำบางคนที่อยากมีผิวกระจ่างใสแบบนั้นบ้าง จึงยอมเข้าคอร์สทำผิว ยิงเลเซอร์จนกระเป๋าสตางค์ฉีก ผิวก็ไม่ใสสักที

วิตามินซีทำให้ผิวขาวจริงหรอ?
วิตามินซี ดูเหมือนจะเป็นอาหารเสริมที่ได้รับความนิยมในกลุ่มของสาวๆ ที่อยากมีผิวที่ดูมีออร่า ยิ่งเรื่องความขาวใสของผิวแล้วล่ะก็ สายเฮลท์ตี้คงไม่พลาดแน่นอนค่ะ ซึ่งวิตามินซีมีสาร Antioxidant ที่สามารถเข้าไปช่วยทำให้ผิวขาวขึ้น ช่วยลดการเกิดขึ้นของเม็ดสีเมลานิน แก้ปัญหาจุดด่างดำ เมื่อกินไปนานๆ เข้า ก็ทำให้ผิวดูขาวมากขึ้นกว่าผิวเดิมและยังช่วยลดจุดด่างดำ จึงทำให้ผิวดูมีสุขภาพดีมากขึ้น ส่วนความใสของผิวหน้าหลังจากที่กินวิตามินซี ก็มีส่วนที่ช่วยทำให้ใสขึ้นได้เช่นเดียวกัน เพราะวิตามินซีช่วยทำให้ผิวชุ่มชื่น และผิวดูเรียบเนียนเป็นสีเดียวกัน แต่การทานอาหารเสริมเป็นเพียงตัวช่วยอย่างหนึ่งเท่านั้น แค่วิตามินซีเพียงอย่างเดียวอาจจะไม่เพียงพอ

หากพูดเรื่องความขาวใสแล้วล่ะก็การเลือกทานวิตามินซี เป็นอีกวิธีบำรุงผิวยอดนิยมและเป็นอันดับต้นๆที่สาวหลายคนนึกถึง วิตามินซี เป็นหนึ่งในวิตามินที่ร่างกายมีความต้องการสูง เนื่องจากมีส่วนช่วยในการเสริมสร้างภูมิต้านทาน ต่อต้านอนุมูลอิสระและช่วยบำรุงผิวพรรณได้อย่างดี ดังนั้นเราจึงต้องเสริมวิตามินซีให้เพียงพอต่อความต้องการอยู่เสมอ โดยปกติร่างกายของเราจะสามารถรับวิตามินซีได้วันละไม่เกิน 1,000 mg. หรือครั้งละ 500 mg. /ครั้ง หากร่างกายได้รับวิตามินซีในปริมาณที่มากเกิน ร่างกายจะขับวิตามินซีออกมาทางปัสสาวะ ซึ่งเราสามารถหาวิตามินซีได้จากพืชผักผลไม้ทั่วไปเช่น ส้ม แอปเปิ้ล สตรอเบอรี่ สับปะรด และยังมีวิตามินซีที่อยู่ในรูปของอาหารเสริมค่ะ

สาวๆ ต้องให้ความสนใจปัจจัยภายนอก ควรป้องกันและหลีกเลี่ยงแสงแดด การทำงานกลางแจ้ง หรือเลี่ยงการปล่อยให้ผิวสัมผัสกับแสงแดดและความร้อนโดยตรงเป็นเวลานาน

อยากสวยไว ๆ ทำเลเซอร์ดีไหม….
การทำเลเซอร์เพื่อกระตุ้นให้ผิวขาวใสขึ้น เพราะเป็นวิธีที่ทำให้ได้เห็นผลไวและใช้เวลาไม่นาน ซึ่งวิธีนี้อาจเสี่ยงต่อการได้รับอันตรายจากสารเคมีที่นำเข้าสู่ร่างกายโดยตรง และเสี่ยงผลข้างเคียงแถมยังต้องเสียเงินแพงอีกด้วย และในการทำเลเซอร์บนผิวหนังเราต้องคอยดูแลผิวหลังการทำเลเซอร์อย่างถูกวิธี เพื่อให้ผลลัพธ์ของการทำเลเซอร์ผิวหนังออกมาดีโดยเกิดผลข้างเคียงน้อยที่สุด

เลเซอร์ผิวหนัง
คุณสาวๆ ทราบหรือไม่ว่าการรักษาหรือปรับสภาพผิวโดยการใช้แสงเลเซอร์เป็นการใช้พลังงานจากแสงที่มีความยาวคลื่นเฉพาะ ส่งไปยังเซลล์เป้าหมายบนผิวหนังที่ดูดซับพลังงานแสงได้ดี ทำให้เกิดการทำลายเซลล์เป้าหมายนั้นอย่างเฉพาะเจาะจง เช่น การลบริ้วรอย จุดด่างดำ หรือแก้ปัญหารูขุมขนกว้าง แต่ยังรวมไปถึงการรักษาภาวะบางอย่างได้ด้วย เช่น เนื้องอกผิวหนังเล็กๆ น้อยๆ หูด กระเนื้อ อีกด้วยค่ะ

เคล็ดลับผิวขาวใสเวอร์ ไม่ต้องง้อเลเซอร์ คลิ๊กที่นี่ https://www.beautysanta.com/

11
เป็นครั้งแรกที่มารีวิวครับหลังจากเป็นผู้อ่านมานานแสนนาน เรื่องของเรื่องคือว่า เผอิญได้ไปอ่านบทความอันนึงของ CNN เรื่องที่เค้าเขียนว่า สิงคโปร์เป็นประเทศที่มี Night Life ดีที่สุดในเอเชีย

ก็ไม่รู้ว่าจริงหรือไม่อย่างไรนะครับ เพราะไม่เคยได้มีโอกาสไปเที่ยวผับนอกประเทศเลย เผอิญว่าทริปฉายเดี่ยวครั้งล่าสุดที่สิงคโปร์ที่พึ่งผ่านไปได้ไม่นาน ได้มีโอกาสไปสัมผัสความมันส์ ความแปลกใหม่ และ ความแตกต่าง ของผับในประเทศเพื่อนบ้านเราอย่างสิงคโปร์ ประจวบเหมาะทั้งสองอย่าง เลยอยากเอาประสบการณ์มารีวิวให้เพื่อนๆได้อ่านกันเป็นข้อมูลสนุกๆครับ ส่วนที่เที่ยวอื่นๆในสิงคโปร์คิดว่าหลายๆท่านคงจะเคยไปมาเองแล้ว หรือไม่ก็หาได้ง่ายๆทั้วไปนะครับ จึงไม่ขอรีวิวถึงที่เที่ยวกลางวันทั้วๆไปนะครับ แต่จะพูดถึงแต่ผับที่ได้ไปมาอย่างเดียวเลย 555 เพราะว่ามันน่าจะแปลกใหม่ดี

ส่วนเรื่องที่เเป็น [SR] นั้น คือว่าผมได้บริการ คนพาเที่ยว มาฟรีๆ ก็เลยอยากจะมามารีวิวให้เค้าตอบแทนครับ อีกทั้งยังไม่ค่อยเห็นคนมารีวิว หรือ บอกที่เที่ยวกลางคืนของสิงคโปร์กันมากนักครับ เลยเป็นที่มาของรีวิวอันนี้ครับ ถ้าผิดพลาดประการใดก็ขอคำชี้แนะด้วยนะครับ มาเกร่นถึงบริการพาเที่ยวที่ผมได้ใช้ฟรีก่อนดีกว่าจะได้ไม่งงกัน (เพราะว่าถ้าไม่มีบริการนี้แล้ว ผมคงไม่มีโอกาสได้ไปสัมผัสความมันส์ๆ แปลกใหม่ ที่ผับในสิงคโปร์หรอกครับ คงได้แต่เที่ยวตามที่ต่างๆที่หาได้ตามเนททั้วไปเท่านั้นเอง) คนที่พาผมเที่ยวเป็น นร ไทยที่เรียนที่สิงคโปร์มานานมากๆแล้วครับ (กี่ปีจำไม่ได้แน่ๆ) เค้าเป็น คนพาเที่ยว (คล้ายๆกับงาน Part-time) กับทาง TakeMeTour ที่เค้าเปิดบริการให้ นร ไทยในต่างประเทศ พาพวก backpacker คนไทยหรือ คนที่มาเที่ยวด้วยตัวเอง เที่ยวเมืองนั้นๆครับ 

สิ่งที่ผมชอบมากๆคือ เหมือนว่าเรามีคนพาเราเที่ยวเหมือนไกด์ส่วนตัว แต่นี่เป็นคนไทยกันเอง วัยใกล้ๆกัน พูดไทยได้ อธิบายเรื่องต่างๆอย่างเป็นกันเองมากๆครับ ถึงแม้ว่าประวัติของบางที่อาจจะรู้ไม่หมด (บางที่ก็ไม่รู้ บางที่ก็อาจจะบอกว่าเล่าต่อๆกันมาบ้างอะไรประมาณนี้) แต่ก็มีเรื่องชีวิตทั้วๆไปของคนที่นี่ วัยรุ่นที่นี่ ภาษาที่เค้าใช้กัน สภาพความเป็นอยู่ อาหารการกิน และอีกหลายๆเรื่อง ผมคิดว่าปกติมากับทัวร์เค้าจะไม่ค่อยได้บอกกันครับ อีกทั้งยังเลือกที่ไปได้ตามสบาย เลือกที่กิน ราคาอาหารได้ตามสบาย ไม่ต้องไปผูกติดอยู่กับทัวร์ ไม่ต้องรอคนอื่น และไม่ต้องไปคลำหาร้านเองครับ เพราะเรามีคนท้องถิ่นที่อยู่จริงๆ กินมาแล้วจริงๆพาไปครับ

ประสบการณ์เที่ยวผับ มันส์ๆ สามวันสามคืน ที่สิงคโปร์สัมผัสความมันส์ ความแปลกใหม่  คลิ๊กที่นี่ http://tomorrowland.club/ผับ/

12
อากาศร้อนแบบนี้อาจทำให้น้องหมาเสี่ยงต่อการเป็น “ฮีทสโตรก (Heat Stroke)” ซึ่งอันตรายจนอาจถึงขั้นเสียชีวิตได้เลยค่ะ วันนี้ Petcitiz จะพาคนเลี้ยงน้องหมาทุกคน มารู้จักกับวิธีคลายร้อน และวิธีรับมือกับโรคนี้กันค่ะ

เมื่อย่างเข้าหน้าร้อน ไม่ว่าจะเป็นคนหรือสัตว์เลี้ยงก็คงไม่ชอบสักเท่าไหร่ สำหรับผู้เลี้ยงอย่างเราก็คงจะมีวิธีคลายร้อนหลากหลายวิธีด้วยกัน แต่ถ้าหากเป็นสัตว์เลี้ยงอย่างน้องหมาของเราล่ะ เขาจะคลายร้อนอย่างไร? และด้วยสภาพอากาศที่ร้อนขึ้นทุกวัน อาจทำให้น้องหมาเสี่ยงต่อการเป็น ฮีทสโตรก (Heat Stroke) ซึ่งโรคนี้อันตรายถึงขั้นเสียชีวิตได้เลยนะคะ วันนี้ Petcitiz จะพาคนเลี้ยงน้องหมาทุกคน มารู้จักกับวิธีคลายร้อน และวิธีรับมือกับฮีทสโตรกกันค่ะ

ฮีทสโตรก (Heat Stroke) คืออะไร?
ฮีทสโตรก (Heat Stroke) หรือ โรคลมแดด เป็นโรคที่พบบ่อยในหน้าร้อน ซึ่งปกติแล้วน้องหมาของเราจะมีการระบายความร้อนออกทางลิ้น และอุณหภูมิในร่างกายโดยปกติของน้องหมานั้นจะอยู่ที่ประมาณ 38-39 องศาเซลเซียส เลยทีเดียวค่ะ หากสภาพอากาศร้อนสูงขึ้น เราจะสังเกตได้ว่าน้องหมาจะมีอาการหอบแรง บางตัวอาจชักและเสียชีวิตลงได้ เพราะหากอุณหภูมิสูงถึง 40 องศาเซลเซียล เมื่อไร ก็จะแสดงอาการของโรคฮีทสโตรกให้เห็น และจะเริ่มเป็นอันตรายต่อตับ ไต หัวใจ สมอง รวมไปถึงระบบการทำงานในร่างกายของน้องหมาอาจเกิดภาวะการทำงานล้มเหลว เนื่องจากรับความร้อนที่มากเกินไป และไม่สามารถต้านทานอากาศที่ร้อนจัดได้นั่นเอง ถือว่าเป็นโรคที่น่ากลัวมากสำหรับหน้าร้อนนี้เลยทีเดียวค่ะ

วิธีสังเกตอาการ
1.อุณหภูมิในร่างกายสูงขึ้น เมื่อเราเอามือไปสัมผัสตัวของน้องหมาก็จะรับรู้ได้ถึงอาการที่ร้อนผิดปกติ หากไม่แน่ใจ ให้เช็คอุณหภูมิโดยการนำปรอทวัดไข้มาวัด ซึ่งอุณหภูมิปกติจะอยู่ที่ 38-39 องศาเซลเซียส หากเกินมากกว่านี้ให้รีบพาไปพบแพทย์โดยด่วน
2.บางตัวมีอาการอาเจียน ถ่ายเหลว หรือถ่ายเป็นเลือด
3.เหงือกจะสีแดงเข้ม บางตัวอาจมีเลือดออกเป็นจุดตามลำตัว และอาจมีน้ำลายไหลเยอะ หายใจถี่ปนหอบ ควรให้น้องจิบน้ำทุกๆ 5 นาที หากอยู่ในที่ร้อนจัด

วิธีป้องกัน

1.ไม่ควรทิ้งน้องหมาไว้ในรถเพียงลำพัง ถึงแม้เราจะเปิดแอร์ทิ้งไว้ให้น้องอยู่ก็ตาม เวลาเพียงแค่แป๊บเดียวก็สามารถทำให้เกิดอันตรายได้นะคะ

2.หลีกเลี่ยงการให้น้องหมาอยู่ในพื้นที่อับ ควรให้น้องอยู่ในที่ที่มีอากาศถ่ายเทได้ดี เป็นห้องที่มีลมพัดผ่านตลอด และหลีกเลี่ยงแสงแดดให้มากที่สุด อย่าลืมทำความสะอาดกรงของน้องหมาด้วยการเช็ด หรือล้างทำความสะอาด เพื่อให้อากาศถ่ายเทได้มากขึ้น รวมถึงระบายความร้อนให้กับน้องหมาได้ดีขึ้นด้วยนั่นเองจ้า

3.การใส่เสื้อผ้าให้น้องก็เป็นเรื่องสำคัญเช่นกันค่ะ เพราะหากเราพาน้องหมาออกไปเที่ยวตามสถานที่ต่างๆ ไม่ควรใส่เสื้อผ้าที่หนาให้น้องหมาจนเกินไป เสื้อหรือชุดที่ใส่ควรเป็นชนิดที่ระบายอากาศได้ดี เพื่อลดอาการร้อนได้


เมื่อน้อง สุนัข เป็น Heat Stroke ควรทำอย่างไร ดูเพิมเติมได้ที่ https://www.plawharn.com/

13
"  New Yamaha LEXi S Version 125 ABS ออโตเมติกพรีเมี่ยมสกู๊ตเตอร์น้องใหม่ ที่ตอบสนองทุกไลฟ์สไตล์ของคนยุคใหม่มาพร้อมกับสุดยอดเทคโนโลยีของเครื่องยนต์ BLUE CORE ขนาด 125 ซีซี ขับขี่สนุก

เพิ่มประสิทธิภาพในการเผาไหม้และระบายความร้อนได้ดียิ่งขึ้น ลดการสูญเสียกำลัง มาพร้อมกับความประหยัดน้ำมัน ช่วยลดมลพิษและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เหนือชั้นอีกระดับด้วยเทคโนโลยีแห่งความแรงด้วยระบบ VVA (Variable Valve Actuation) รุ่นแรกในคลาส 125 ซีซี ของเมืองไทยที่สามารถตอบสนองความแรงของเครื่องยนต์ในทุกๆ ช่วงความเร็วให้ความแรงเต็มพิกัดที่สุดแห่งเทคโนโลยี ตอบโจทย์ของความแรงและความประหยัดอย่างลงตัว S Version 125 ABS มาพร้อมกุญแจสมาร์ทคีย์ และโช้คหลังพร้อมซับแทงค์ New Yamaha LEXi S Version 125 ABS ออโตเมติกพรีเมี่ยมสกู๊ตเตอร์น้องใหม่ มาพร้อมกับระบบ Stop & Start System (SSS) เครื่องยนต์หยุดการทำงานอัตโนมัติเมื่อรถจอดนิ่ง 5 วินาที และเพียงบิดคันเร่ง

เครื่องยนต์จะทำงานต่อทันที ช่วยประหยัดน้ำมันขั้นสุดยอดและลดการสร้างมลพิษ New Yamaha LEXi S Version 125 ABS ออโตเมติกพรีเมี่ยมสกู๊ตเตอร์น้องใหม่ นุ่มนวลอีกระดับด้วยระบบ SMG (Smart Motor Generator) ทำให้สตาร์ทได้อย่างนิ่มนวลและรวดเร็ว New Yamaha LEXi S Version 125 ABS ออโตเมติกพรีเมี่ยมสกู๊ตเตอร์น้องใหม่ มาพร้อมไฟหน้า LED ขนาดใหญ่ ที่ออกแบบให้ผู้ขับขี่ดูดีมีระดับ สไตล์เดียวกับ YAMAHA NMAX ส่วนหน้าปัดนั้นเป็นแบบดิจิทัลแบบเต็มรูปแบบ FULL LCD DIGITAL METER มิเตอร์ดิจิทัลแบบ NEGATIVE ขนาดใหญ่ 5.8 นิ้ว ดีไซน์สปอร์ตโมเดิร์น ครบทุกฟังก์ชั่นตามแบบฉบับของ YAMAHA AEROX 155 พร้อมไฟแสดงการทำงานระบบวาล์วแปรผัน (VVA) และตัววัดอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันแบบเรียลไทม์ New Yamaha LEXi S Version 125 ABS ออโตเมติกพรีเมี่ยมสกู๊ตเตอร์น้องใหม่ มาพร้อมกับระบบกุญแจอัจฉริยะ Smart Key Immobilizer ระบบค้นหารถอัจฉริยะ ด้วยสัญญาณตอบรับ ANSWER BACK ให้คุณค้นหารถได้ง่ายขึ้นและควบคุมทุกการทำงานในฟังก์ชั่นเดียว  "

Yamaha LEXI S Version 125 ABS ยามาฮ่า LEXI ปี 2018 คลิ๊กที่นี่ www.checkraka.com/price/motorcycle-15-157/%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%AE%E0%B9%88%E0%B8%B2-Yamaha-LEXI-125-ABS-%E0%B8%9B%E0%B8%B5-2018-1449201/

14
เมื่อเราตัดสินใจแล้วว่าจะเลี้ยงน้องหมา อันดับแรกๆ ที่เราจำเป็นจะต้องใส่ใจเป็นพิเศษ ก็คืออาหารนั่นเอง เพราะเมื่อเรารับน้องหมามาเลี้ยงตั้งแต่อายุยังน้อย จำเป็นจะต้องให้น้องหมาของเราได้รับแต่สิ่งที่มีประโยชน์ และบำรุงในส่วนต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุด ฉะนั้น การเลือก อาหารสุนัข ให้เหมาะกับแต่ละช่วงวัย จึงเป็นสิ่งสำคัญอีกอย่างหนึ่งเช่นกันค่ะ เรามาดูไปพร้อมๆ กันเลยดีกว่า ว่าน้องหมาที่เราเลี้ยงอยู่ตอนนี้ จะเหมาะกับอาหารประเภทใดกันบ้าง

ปัจจุบันการเลือกซื้อ อาหารสุนัข อาจเป็นเรื่องที่ค่อนข้างยุ่งยากอยู่สักหน่อย สำหรับมือใหม่หัดเลี้ยง นั่นก็เพราะว่ายังไม่ค่อยมีความเข้าใจในเรื่องของอาหารสุนัขเท่าไรนัก ว่าน้องหมาของเรานั้นควรที่จะกินอาหารประเภทไหน ให้เหมาะกับช่วงอายุ ซึ่งหากเราจะออกไปเลือกซื้ออาหารตามร้านขายอาหารสัตว์ด้วยแล้ว ยิ่งจะต้องศึกษาช่วงอายุของน้องหมาที่เราเลี้ยงให้ดี ไม่เช่นนั้นหากซื้อมาไม่เหมาะกับช่วงอายุ ก็อาจเกิดผลเสียตามมาได้เช่นกัน ผู้เลี้ยงจะต้องเลือกให้เหมาะสมและศึกษาเรื่องวัยของสุนัขให้ดีด้วยนะคะ ซึ่งมีวิธีเลือกง่ายๆ โดยดูจากอายุของสุนัขเป็นหลัก ปกติจะมีการแบ่งวัย หรือช่วงอายุของสุนัข เพื่อให้ผู้เลี้ยงทราบว่า น้องหมาของตนนั้นอยู่ในวัยใด ซึ่งโดยทั่วไปจะกำหนดไว้ ดังนี้

• สุนัขอายุตั้งแต่แรกเกิด – 12 เดือน ได้แก่ ลูกสุนัข
• สุนัขอายุตั้งแต่ 12 เดือน – 6 ปี ได้แก่ สุนัขโต
• สุนัขอายุตั้งแต่ 6 ปี ขึ้นไป ได้แก่ สุนัขแก่

โดยส่วนใหญ่แล้วคนที่รับน้องหมามาเลี้ยงนั้น จะมีอายุอยู่ที่ประมาณ 10สัปดาห์ เพราะเป็นช่วงอายุที่เขาได้หย่านมจากแม่แล้ว ซึ่งจะลืมตาได้เดินเองได้ และจะมีกิจวัตรอยู่เพียงสองอย่างคือ กินกับนอน จึงทำให้ง่ายต่อการเลี้ยง และการเริ่มฝึกห้น้องหมากินอาหาร เมื่อเราแบ่งช่วงอายุของน้องหมาได้ตามนี้แล้ว ผู้เลี้ยงอย่างเราก็จะเลือกซื้ออาหารให้เหมาะกับวัยของสัตว์เลี้ยงแสนรักได้ง่ายขึ้นค่ะ

1. อาหารสำหรับลูกสุนัขอายุ 6-10 สัปดาห์

เนื่องจากน้องหมาที่อยู่ในช่วงวัยนี้ ส่วนใหญ่แล้วยังไม่เลิกกินนมแม่ ถึงแม้ว่าน้องหมาวัยนี้จะลืมตาแล้ว แต่การเดินของน้องหมาไม่ค่อยแข็งแรง ฉะนั้น ผู้ที่รับมาเลี้ยงจึงต้องดูแลให้ดีเป็นพิเศษ โดยเฉพาะเรื่องของอาหาร อย่างที่เคยบอกไว้ค่ะ ว่าน้องหมาเพิ่งหัดเดิน และยังไม่ได้หย่านม หากต้องการที่จะให้อาหารก็คงจะต้องเป็นนมเป็นหลัก ส่วนนมที่ให้น้องหมาพันธุ์เล็กกินได้ คือ นมแพะ แต่หากผู้เลี้ยงอยากจะให้น้องหมาลองหัดกินอาหารเม็ด ก็เพียงแค่เอาอาหารเม็ดมาแช่น้ำอุ่น หรือน้ำร้อน แล้วรอให้เย็น จากนั้นลองให้เขากินดู แต่อย่าให้กินเยอะเกินไปนะคะ เพราะอาจจะทำให้น้องหมาท้องอืดได้

การให้อาหารน้องหมาในแต่ละช่วงวัย คลิ๊กที่นี่ https://www.petcitiz.info/อาหารแมว/

15
แอปพลิเคชั่นสมาร์ทโฟนนับพันแอปฯกำลังดักฟังผู้ใช้ผ่านไมโครโฟนเพื่อนำไปขายให้บริษัทโฆษณา โดยแอปฯเหล่านี้มีเทคโนโลยีที่สามารถทำได้แม้แต่การดักจับเสียงเมื่อโทรศัพท์อยู่ในกระเป๋าของผู้ใช้ หรือเมื่อแอปฯไม่ได้ถูกเปิดใช้งาน

เว็บไซต์หนังสือพิมพ์ ดิ อินดิเพนเดนท์ เปิดเผยว่ามีแอปพลิเคชั่นจำนวนมากใช้ซอฟท์แวร์จากสตาร์ทอัพที่ชื่อว่า Alphonso (อัลฟองโซ) ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อเก็บข้อมูลพฤติกรรมการดูโทรทัศน์ของผู้ใช้งาน และขายข้อมูลเหล่านี้ให้กับบริษัทโฆษณา เพื่อให้การโฆษณาตรงกลุ่มเป้าหมายมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ อย่างไรก็ตาม อัลฟองโซปฏิเสธว่าบริษัทไม่ได้ดักฟังการสนทนาของลูกค้า และกลไกการทำงานของแอปพลิเคชั่นก็ถูกอธิบายอย่างชัดเจนแล้วในรายละเอียดและนโยบายความเป็นส่วนตัวของแอปฯ โดยระบุว่าแอปพลิเคชั่นดังกล่าวใช้ระบบ Alphonso Automated Content Recognition (“ACR”) ซึ่งเมื่อโหลดแอปฯนี้ เท่ากับผู้ใช้ยอมให้ซอฟท์แวร์ดังกล่าวรับข้อมูลเสียงระยะสั้นๆจากไมโครโฟนของสมาร์ทโฟน แต่การเข้าถึงไมโครโฟนจะทำได้เมื่อผู้ใช้ยินยอมเท่านั้น และตัวอย่างเสียงที่เก็บได้ ไม่ได้ถูกนำออกจากสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ต แต่จะถูกแปลงเป็น “ลายเซ็นเสียงดิจิทัล”

ลายเซ็นเสียงดังกล่าวจะถูกนำไปเทียบกับโฆษณาที่เล่นอยู่ในโทรทัศน์ของผู้ใช้ รวมถึงเกม และวีดีโอคอนเทนต์อื่นๆในออนไลน์ หากเสียงตรงกัน อัลฟองโซจะใช้ข้อมูลเหล่านี้ในการส่งโฆษณาที่ตรงกับความต้องการมากขึ้นไปยังสมาร์ทโฟนของผู้ใช้ พร้อมทั้งยืนยันว่าทั้งหมดเป็นกลไกดิจิทัล ระบบไม่สามารถเข้าใจความหมายของเสียงดังกล่าวได้ จึงไม่ถือเป็นการละเมิดความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้

แม้ว่าอัลฟองโซจะไม่ยอมเปิดเผยว่าแอปฯใดบ้างที่ใช้ซอฟท์แวร์ของบริษัท แต่ดิ อินดิเพนเดนท์ เปิดเผยว่าแอปฯเกมอย่าง Pool 3D, Beer Pong: Trickshot, Real Bowling Strike 10 Pin และ Honey Quest ต่างก็ใช้แอปฯของอัลฟองโซ โดยมีกว่า 1,000 แอปฯที่ใช้ซอฟท์แวร์นี้ และกว่า 250 แอปฯที่ดาวน์โหลดได้ใน Google Play โดยหนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทม์สของสหรัฐฯรายงานว่าผู้ใช้สามารถเสิร์ชหาแอปฯเหล่านี้เองได้ โดยเสิร์ชคำว่า Alphonso Automated หรือ Alphonso Software ใน Google Play

แอปฯในสมาร์ทโฟนอาจกำลังดักฟังผู้ใช้ คลิ๊กที่นี่ https://www.potatotechs.com/สมาร์ทโฟน/

หน้า: [1] 2 3 ... 20