ผู้เขียน หัวข้อ: จะเข้  (อ่าน 149 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

21-05-2018 , 20:07:15
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2186
    • ดูรายละเอียด

สัณนิษฐานว่า ได้รับอิทธิพลจากมอญพนันออนไลน์


 เดิมทำเป็น รูปร่างราวกับ ตะไข้ ไทยใช้จะเข้มาตั้งแต่ยุคอยุธยา แล้วก็อาจเล่นอย่างเล่นเพลงเดียว ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จ พระพุทธยอดเยี่ยมหล้านภาลัย ได้นำจะเข้เข้ามาผสมแทนกระจับปี่ เนื่องจากเสียงดีมากกว่าแล้วก็ดีดได้สบายกว่า


จะเข้เป็นอุปกรณ์สำหรับเล่นดนตรีที่วางดีดตามแนวขนาน ทำด้วยไม้ท่อนขุดเป็นโพรงอยู่ข้างใน นิยมใช้ไม้แก่นขนุน เพราะเหตุว่าให้เสียงกังวาลดี ข้างล่างเป็นหลักไม้ ซึ่งมักใช้ไม้ฉำฉา เจาะรูไว้ให้เสียงออกดียิ่งขึ้น มีขาอยู่ตอนหัว ๔ ขา ส่วนท้าย ๑ ขา มีสาย ๓ สายหมายถึงสายเอก(เสียงสูง) ทางสายกลาง(เสียงทุ้ม) ทั้งคู่สายนี้ทำด้วยเอ็นหรือไหมฟั่นเป็นเกลียว สายลำดับที่สามเรียก สายลวด(เสียงต่ำ) ทำด้วยลวดทองบรอนซ์ อีกทั้งสามสายนี้กางจากหลักตอนหัวผ่าน โต๊ะ (กล่องทองบรอนซ์กลวง) ไปพิงกับ “หย่อง” แล้วใส่ลงไปพันกันด้านลูกบิด(ปักทำด้วยไม้หรืองา) สายละลูก โต๊ะนี้ปฏิบัติหน้าที่ขยายเสียงของจะเข้ให้ชัดแจ๋วขึ้น ระหว่างราง ข้างบนกับสายจะเข้ จะมีชิ้นไม้เล็กๆทำเป็นสันครึ้มเรียกว่า “นม” ๑๑ นม วางเรียงไปตามแนวยาว เพื่อรองรับผู้กระทำด จากนิ้วมือขณะร้องเพลง นมกลุ่มนี้มีขนาดสูงต่ำลดหลั่นกันไป กระตุ้นให้เกิดเสียงสูง-ต่ำ เวลาดีดจะใช้ไม้ดีดที่ทำด้วยงาหรือเขาสัตว์ กลึงเป็นท่อนกลม ปลายเรียวแหลมมน ดีดปัดสายไปๆมาๆ ไม้ดีดนี้จะพันใกล้กับนิ้วชี้มือขวา ส่วนมือซ้ายใช้กดนิ้วบนสายต่อจากนม ไปด้านซ้ายน้อย เพื่อกำเนิดเสียงสูงต่ำดังที่อยากพนันบอลออนไลน์