ผู้เขียน หัวข้อ: รีวิวสายสัญญาณเสียง 6 แนวทางวิเคราะห์ประสิทธิภาพสาย audio cable คลิกเลย  (อ่าน 33 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

22-06-2018 , 12:21:54
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 593
  • เพศ: ชาย
    • ดูรายละเอียด

6 แนวทางตรวจสอบคุณภาพสายสัญญาณเสียง
สายสัญญาณเสียง เป็นอุปกรณ์สำหรับเพื่อนำมาใช้ในการเชื่อมต่อเครื่องเสียงกับเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ต่างๆโดยสายนี้จะเป็นตัวนำเสียงจากวัสดุอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ให้มาแสดงออกในเครื่องเสียง ช่วยให้สามารถเล่นไฟล์เสียงด้วยเสียงที่ดังขึ้นได้
ปัจจุบันนี้ เราสามารถหาซื้อสายสัญญาณเสียงได้ทั่วไปตามร้านเครื่องใช้ไฟฟ้าและก็เครื่องไม้เครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ต่างๆมีสินค้าหลายรุ่น หลายยี่ห้อให้เราได้เลือกซื้อกัน ซึ่งแน่นอนว่าเมื่อสายสัญญาณเสียงบนตลาดมีอยู่หลายรุ่น หลายยี่ห้อ ทำให้ท่านภาพของผลิตภัณฑ์มีความไม่เหมือนกันด้วย ถ้าหากพวกเราได้สายสัญญาณเสียงที่มีคุณภาพดีมาใช้ดีแล้วไป แต่ว่าถ้าเกิดเราเผลอไปซื้อสาย audio cable ที่ไม่ได้ประสิทธิภาพมาใช้งานเข้า ก็จะต้องประสบกับปัญหาระหว่างใช้งานหลายประการ ทั้งเสียงไม่ออก คุณภาพเสียงไม่ดี มีอายุการใช้แรงงานสั้น ใช้ไปได้เล็กน้อยก็เสียแล้ว อีกทั้งสายสัญญาณเสียงนั้นเป็นสินค้าที่ไม่บางทีอาจประเมินคุณภาพด้วยราคาได้ ด้วยเหตุว่าไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์ราคาไม่แพงหรือสินค้าราคาสูง ต่างก็มีอีกทั้งคุณภาพดี คุณภาพต่ำ แล้วก็ปัญหาในตนเองผสมปนเปกันไป ดังนั้น เราก็เลยจำเป็นต้องมีวิธีการเบื้องต้นสำหรับตรวจสอบประสิทธิภาพสายสัญญาณเสียง เพื่อให้สามารถซื้อสินค้าที่มีคุณภาพมาใช้งานได้ต่อไป
.

.
การตรวจตราคุณภาพ สายสัญญาณเสียง เราสามารถทำเป็น 6 แนวทางดังนี้
1. วิเคราะห์ความแข็ง-ความอ่อนของสาย ข้อนี้เป็นอย่างแรกที่พวกเราสามารถสำรวจด้วยตนเองได้ และก็ควรเช็คเป็นสิ่งแรก เนื่องจากสายสัญญาณเสียงในตอนนี้มีการผลิตสายออกมาให้มีความแข็งและความอ่อนไม่เท่ากัน โดยทั่วไป สายสัญญาณเสียงที่แพงถูกชอบมีสายออกจะแข็ง ในขณะที่สายสัญญาณเสียงราคาสูงๆชอบมีสายอ่อน คำแนะนำคือ ไม่สมควรซื้อสายสัญญาณเสียงที่แข็งเหลือเกิน เพราะเหตุว่าจะไม่สามารถพับสายได้ หากพับ ม้วนเก็บสายย่อมสร้างปัญหา ในเวลาเดียวกันก็ไม่ควรซื้อสายสัญญาณเสียงที่อ่อนเกินความจำเป็น เพราะเหตุว่ายิ่งอ่อนนิ่มมากมาย สายก็จะยิ่งบอบบาง เมื่อใช้ประโยชน์งานบ่อยๆย่อมมีความเสี่ยงสูงที่สายจะขาด หรือหักพับได้อย่างง่ายดายสายสัญญาณเสียง ราคาที่ยอดเยี่ยม ควรเป็นสายที่อ่อนพอจะสามารถพับได้อย่างไม่เกิดการเสียหาย แม้กระนั้นในเวลาเดียวกันก็มีความแข็งแรงพอที่จะใช้งานได้อย่างไม่มีการฉีกให้ขาด หากพวกเราพบว่าสายสัญญาณเสียงใดมีลักษณะแบบนี้ สามารถซื้อมาไว้ใช้งานได้เลย
2. ตรวจตราวัสดุที่ใช้ในการทำหัวสายว่าเป็นยังไง สายสัญญาณเสียงที่ผลิตออกมาจำหน่ายในปัจจุบันนั้น มีการใช้โลหะอยู่ 2 จำพวกใหญ่ๆในการทำหัวสาย ได้แก่ ทองเหลือง และก็อลูมินัม ขอแนะนำว่าควรที่จะเลือกใช้สายสัญญาณเสียงที่มีหัวสายเป็นทองบรอนซ์จะดีกว่า เนื่องมาจากเป็นโลหะที่นำสัญญาณได้ดีกว่าอลูมิเนียม ไม่ค่อยเจอกับปัญหาเสียงขาดเสียงหาย แม้จะแทงสายไม่แน่นก็ตาม ขณะที่อลูมินัม เป็นโลหะที่นำสัญญาณได้ไม่ดีนัก ถ้าเกิดเสียบไม่แน่นจะไม่อาจจะนำสัญญาณเสียงได้ นอกเหนือจากนี้ ทองสัมฤทธิ์ยังเป็นโลหะที่มีคงทนถาวรสูง มีอายุการใช้งานยาวนาน ไม่ค่อยพบเจอกับปัญหาเรื่องการหัก หรือการโค้งงอผิดรูป ในเวลาที่สายสัญญาณเสียงที่มีหัวสายเป็นอลูมินัมนั้นจำต้องใช้งานอย่างรอบคอบ หากไม่ทะนุถนอม หัวสายจะหักหรือโค้งงอได้ง่ายในเวลาอันเร็ว
3. วิเคราะห์การยึดระหว่างหัวสายกับสายไฟว่าเป็นยังไง มีการเชื่อมต่ออย่างสนิทดีหรือไม่ โดยทั่วไปสายสัญญาณเสียงที่มีคุณภาพดีจะยึดจุดเชื่อมต่อระหว่างสายไฟกับอารมณ์เสียบได้อย่างสนิท ขณะที่สายสัญญาณเสียงคุณภาพแย่มักยึดส่วนหัวสายกับสายไฟได้ไม่แน่น บางรุ่นทำแค่เอาสายสอดเข้าไปในหัวแบบมิได้ยึด สิ่งที่จะตามมาเมื่อใช้งานไปได้สักระยะ ก็คือ สายไฟหลุดออกมาจากอารมณ์เสียบ แล้วก็ถ้าหากสายสัญญาณเสียงใดมีปัญหานี้ขึ้นมาย่อมไม่อาจจะซ่อมแซมได้ จะต้องทิ้งอย่างเดียว ด้วยเหตุดังกล่าวสำหรับในการเลือกซื้อสายสัญญาณเสียง พวกเราจึงจำต้องพิจารณาจุดเชื่อมต่อระหว่างหัวเสียบกับสายไฟด้วย
4. วิเคราะห์ความยาวของโลหะหัวเสียบว่ามีความสั้นยาวเท่าใด โดย สายสัญญาณเสียงที่ดี ควรจะมีความยาวระหว่างโลหะหัวเสียบอยู่ที่ 2-5 เซนติเมตร เนื่องจากเป็นความยาวที่สมควรสำหรับการเสียบกับเครื่องไม้เครื่องมือต่างๆได้โดยไม่เกิดการโยกหรือหลวม ทั้งยังแทงได้สนิท ไม่มีโลหะหัวเสียบโผล่พ้นขึ้นมา แม้เป็นสายสัญญาณเสียงที่มีความยาวของโลหะหัวเสียบสั้นเกินความจำเป็น จะไม่สามารถที่จะเสียบกับเครื่องมือได้ เกิดปัญหาเสียงไม่ออก หรือเสียงมาเป็นตอนๆจะต้องคอยประคับประคองไว้ ส่วนถ้าโลหะที่ศีรษะแทงมีความยาวมากเกินไป เมื่อเสียบกับเครื่องมือจะทำให้มีโลหะนิดหน่อยโผล่ขึ้นมา หากเผลอไปชนเข้าอาจจะส่งผลให้สายมีการหักได้
5. สำรวจความยาวของสายไฟว่ามีมากมายน้อยเพียงใด ข้อนี้ถึงจะมิได้ส่งผลต่อคุณภาพการใช้งานโดยตรง แต่ก็สำคัญ เนื่องจากว่าการซื้อสายสัญญาณเสียงที่มีความยาวพอเพียงต่อการใช้งาน จะช่วยทำให้สามารถต่อเครื่องไม้เครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ได้อย่างสะดวก ไม่เกิดปัญหาสายตึงรั้งเกินความจำเป็นจนมีโอกาสเสี่ยงต่อการหัก หรือหย่อนเกินไปกระทั่งกำเนิดความรู้สึกเกะกะ ซึ่งความยาวที่เหมาะสมของสายไฟขึ้นอยู่กับการใช้งานของเราว่าคืออะไร ถ้าเป็นสายสัญญาณเสียงสำหรับทิ่มเครื่องใช้ไม้สอยเครื่องเสียงในรถยนต์ หรือลำโพงทั่วๆไป จะต้องมีความยาวอยู่ที่ 30-60 ซม. ส่วนถ้าเป็นสานสำหรับต่อลำโพงขนาดใหญ่ จำต้องลากสายยาวๆก็จะต้องมีความยาวตั้งแต่ 1 เมตรขึ้นไป
6. ตรวจตรายี่ห้อของสาย ส่วนยี่ห้อนี้ก็จัดว่ามีความหมายไม่แพ้กันสำหรับเพื่อการเลือกซื้อสายสัญญาณเสียง โดยควรที่จะทำการเลือกซื้อสายสัญญาณเสียงที่ผลิตขึ้นโดยยี่ห้ออันเป็นที่รู้จัก หลบหลีกสินค้าจากยี่ห้อแปลกๆหรือผลิตภัณฑ์โนเนม เนื่องจากชอบเป็นผลิตภัณฑ์ที่มิได้ประสิทธิภาพ มีโอกาสชำรุดทรุดโทรมเสียหายได้ง่าย
วิธีสำหรับการเลือกซื้อ สายสัญญาณเสียง ให้ได้คุณภาพนับว่าเป็นเรื่องที่เราจำเป็นต้องให้ความใส่ใจ เพื่อการเชื่อมต่อเครื่องใช้ไม้สอยอิเล็กทรอนิกส์กับเครื่องเสียงสามารถำได้อย่างมีประสิทธิภาพ ได้การเล่นเสียงที่มีคุณภาพอย่างแท้จริง
ขอขอบคุณ
บทความสายสัญญาณเสียง ราคา : https://www.dotlife.store/cable/audio-cable.html, dotlife
รีวิวสายสัญญาณเสียงจาก Pantip: www.pantip.com

Tags : สายสัญญาณเสียง ราคา