ผู้เขียน หัวข้อ: รู้ทันเฟอร์นิเจอร์ เลือกอย่างไร:R  (อ่าน 8 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

12-10-2018 , 18:16:01
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1436
    • ดูรายละเอียด

ตื่นจากความฝันแล้วลุกมาทำอะไรสักอยาง อาทิเช่น เลือกเครื่องเรือนยังไง เพื่อบ้านงามรวมทั้งเหมาะสมกับการใช้แรงงาน วันนี้พวกเรามีฝากจ้ะ นอกเหนือจากการอำนวยความสะดวกสบายแล้ว เครื่องเรือนยังสะท้อนสไตล์รวมทั้งรสนิยมของคนแต่งบ้านด้วย

ทราบดีอยู่แแล้วว่าการเลือกเครื่องเรือนนั้น ช่วยสร้างเสริมสไตล์รวมทั้งช่วยทำให้การตกแต่งในบ้านมองงาม ทั้งยังแม้มีพื้นที่เล็กๆแต่ว่าได้รับการออกแบบให้คล้ายคลึงไปกับไลฟ์สไตล์แล้วก็พื้นที่ นอกเหนือจากการอำนวยความสะดวกสบายแล้ว เครื่องเรือนยังสะท้อนสไตล์รวมทั้งรสนิยมของคนเขียนบ้านด้วย การเลือกเครื่องเรือนมีกฏเกณฑ์ประกอบกิจการพินิจหลายสิ่งหลายอย่างอีกทั้งขนาดพื้นที่ห้อง สไตล์การตกแต่ง รวมทั้งการใช้แรงงาน ลองมอง 3 ข้อที่พวกเราเอามาฝากกันจ้ะ

1.ขนาดพื้นที่ห้องสำหรับแบบบ้านที่มีขนาดใหญ่ แต่ละห้องพื้นที่เยอะแยะ ก็ไม่ต้องคิดมากเลยจ้ะ เลือกเครื่องเรือนได้ตามความชอบใจ แม้กระนั้นก็จำต้องมองความเหมาะสมของห้องด้วยนะคะ ตัวอย่างเช่น พื้นที่ห้องรับแขกใหญ่มาก แต่ว่าเลือกโซฟาตัวเล็กนิดหน่อย ก็ทำให้มองไม่สง่า และไม่สมกับสมรรถนะของพื้นที่ที่พวกเรามีอยู่ แม้กระนั้นหากพื้นที่ห้องเล็ก แคบ ก็ควรที่จะเลือกเครื่องเรือนที่มัธยัสถ์พื้นที่ซักหน่อยจ้ะ หรือถ้าเกิดเป็นได้ บางทีอาจทำบิ้วท์อินเพื่อการใช้แรงงานที่ครบบริบรูณ์ และก็มองเป็นระเบียบเรียบร้อย เป็นต้นว่าชั้นวางสิ่งของในห้องนอนที่มีขนาดเล็ก ก็บางทีอาจบิ้วท์ตู้ลอยจากพื้นเพื่อไม่ให้มองขวางเท่าไรนัก ufabet

2.สไตล์การตกแต่งอันนี้จำต้องอาศัยการสังเกตแล้วก็เรียนรู้สไตล์ต่างๆด้วยจ้ะ บางทีอาจเปิดอินเตอร์เนทหรือแมกกาซีนว่าสไตล์ต่างๆมีลักษณะ เนื้อหายังไง เป็นต้นว่า หากถูกใจการรตกแต่งบ้านสไตล์คันทรี่ๆหน่อย ก็ไม่สมควรเลือกเครื่องเรือนที่เป็นสเตนเลส หรือกระจก เพราะว่าจะมองโมเดิร์นเกินความจำเป็น หรือถ้าเกิดถูกใจการตกแต่งข้างในสไตล์หวานๆวินเทจๆก็ควรที่จะทำการเลือกเครื่องเรือนในโทนสีพาสเทลสว่างๆเป็นเปอร์เซ็นต์มากยิ่งกว่าโทนสีมืดมากหน่อยจ้ะ อย่างไรก็ดีพวกเราก็ยังสามารถผสมสไตล์ต่างๆกันได้บ้างจ้ะ ตามแต่ความพอใจและก็เซ้นส์ของแต่ละคน

3.การใช้แรงงานเลือกเครื่องเรือนให้ครบกับการใช้แรงงานของห้องแต่ละห้องนั่นเองจ้ะ ซึ่งแต่ละห้องควรมีเครื่องเรือนหลักๆดังต่อไปนี้จ้ะ

3.1 ห้องรับแขก/ห้องรับแขก เครื่องเรือนชิ้นสำคัญที่จะต้องมีให้ได้เลย ก็คือโซฟาแล้วก็เก้าอี้ ขั้นตอนแรกเป็นการเลือกขนาดให้เหมาะสมกับพื้นที่ห้อง ถ้าเกิดห้องพื้นที่น้อย การใช้โซฟาแบบสองที่นั่งจะออมพื้นที่แล้วก็สบายต่อการนั่งพูดคุยตั้งแต่ 2 คน บางทีอาจใช้เก้าอี้เสริมที่ชูเก็บได้เวลาที่แขกมาเยอะแยะ โซฟาขนาดสามที่นั่งคงจะเหมาะสมกับห้องที่มีพื้นที่พอควร รวมทั้งอยากได้การใช้แรงงานสหายอนชั่วครั้งชั่วคราวในบ้างครั้ง ส่วนการกำหนดความสูงเตี้ยของโซฟานั้น ขึ้นกับความพึงพอใจแล้วก็รสนิยมของเจ้าของบ้านจ้ะ ก่อนซื้อควรจะมีการทดสอบนั่งก่อนนะคะว่าสบายประทับใจไหมโต๊ะ จำต้องพิจารณาถึงจุดประสงค์ของการใช้ซะก่อน ยกตัวอย่างเช่น ถ้าเกิดเลือกเป็นโต๊ะอาหารนั้น จะต้องมีความสูงราวๆ 724 มิลลิเมตร และก็เก้าอี้จะต้องมีความสูงรับกันพอดิบพอดี ส่วนโต๊ะเตี้ยที่วางใกล้โซฟาหรือเก้าอี้นั้นต้องทราบดีว่าจะใช้ทำอะไร ตัวอย่างเช่น วางโคม ที่เขี่ยบุหรี่ หรือวางแก้วกาแฟ ฯลฯ แล้วเลือกให้มีความสูงที่สมควร นอกนั้น ถ้าเกิดเลือกเก้าอี้ไม่มีที่วางแขน การเลือกโต๊ะที่มาเข้าคู่ บางทีอาจเตี้ยระดับเบาะรองนั่งได้ แต่ว่าถ้าเกิดมีที่วางแขน โต๊ะก็ควรจะอยู่ต่ำลงยิ่งกว่าที่วางแขนราว 1-2 นิ้วเพื่อความสบายสำหรับในการจับของหิ้งรวมทั้งชั้นเก็บของ ควรมีการวางเป้าหมายล่วงหน้าว่าพวกเราจำเป็นต้องใช้เก็บอะไรบ้าง และก็จำเป็นต้องเก็บมากมายเยอะแค่ไหน แล้วก็สามารถดัดแปลงแก้ไขให้เหมาะสมกับการใช้แรงงานได้ไหม บางทีอาจซื้อตู้เป็นแบบลอยตัวมาตั้งไว้ หรือบิวท์ตู้ให้มองเป็นระเบียบไปเลย ตามแต่ความชื่นชอบของแต่ละคนจ้ะ

3.2 ห้องกินอาหาร เป็นหลักที่ที่สมาชิกในครอบครัวใช้งานกันพร้อมหน้า เครื่องเรือนในห้องนี้ก็เลยจำเป็นต้องจัดให้มีความเหมาะสมเพื่อรองรับทุกคนในบ้านได้ อย่างแรกที่จำต้องคิดถึงเป็นปริมาณที่นั่ง เพราะเหตุว่าจะมีผลถึงขั้นเก้าอี้แล้วก็โต๊ะที่เหมาะสมกับพื้นที่ห้อง สำหรับเก้าอี้ เมื่อเลือกขนาดได้แล้วควรจะทดสอบนั่งดูซิ ความสูงของเก้าอี้น่าจะเหมาะสมที่จะกินอาหารบนโต๊ะได้อย่างสะดวก มีพนักที่ไม่เอนมากเกินความจำเป็น ถ้าเกิดเก้าอี้เป็นคนละเซ็ตกับโต๊ะ ควรจะเช็คขนาดให้ดี เพื่อเก้าอี้สามารถใส่เก็บใต้โต๊ะได้สำหรับโต๊ะ เมื่อเลือกขนาดแล้ว ก็มาถึงเรื่องสิ่งของผิวหน้าของโต๊ะอาหาร ต้องมีความคงทนถาวร ไม่เสียง่าย และก็ชำระล้างได้สบาย ดังเช่น พลาสติกหรือกระจก ซึ่งช่วยปกป้องการขีดข่วนได้ แต่ว่าถ้าเกิดถูกใจไม้ ก็จะต้องรักษามากยิ่งกว่าแบบอื่น

3.3 ห้องนอน การจัดห้องนอนก็เลยขึ้นกับความพึงพอใจของผู้ครอบครองห้องเป็นหลัก แม้กระนั้นก็ควรจะคิดถึงความเหมาะสมด้วย การเลือกเตียง ต้องมีขนาดที่พอดิบพอดี หากห้องเล็กก็จำต้องยอมลดขนาดเตียงให้เล็กลง เพื่อมีพื้นที่ในห้องเหลือพอที่จะใช้เป็นทางเท้ารวมทั้งชำระล้างได้สบาย แต่ว่าดังนี้ก็จำเป็นต้องสามารถนอนได้สบายอยู่ การเลือกเตียงแบบมีขาเป็นที่ชื่นชอบในปัจจุบัน ด้วยเหตุว่าทำให้มองโปร่งเตียนโล่ง รวมทั้งชำระล้างได้ ไม่เก็บฝุ่นผง แต่ว่าบางบุคคลถูกใจเตียงทึบ เนื่องจากมองแข็งแรง ก็ตามทีความชื่นชอบจ้ะตู้ที่มีไว้ใส่เสื้อผ้ามีความกว้างที่นิยมเป็น 60 ซม.รวมทั้งมีความสูง 180-200 ซม. ขนาดของตู้แต่ละตอนก็ต้องมีขนาดโดยประมาณ 45-60 ซม. เนื่องจากว่าเป็นขนาดที่สามารถทำบานตู้ติดได้สัดส่วนพอดิบพอดี ซึ่งบานตู้ต้องมีขนาดเปิดได้กว้างเห็นด้านในตู้ได้ทั้งปวง แม้กระนั้นถ้าเกิดห้องนอนมีขนาดแคบควรจะใช้บานตู้แบบเลื่อน ตู้เสือ้ผ้าที่มีกระจกติดที่บานตู้ ก็ช่วยออมพื้นที่ได้ ในเรื่องที่พื้นที่น้อยเกินไปที่จะวางโต๊ะเครื่องแป้ง หรือกระจกสุดกำลังต่างหาก ยิ่งกว่านั้นด้านในตู้ที่มีไว้สำหรับใส่เสื้อผ้าสตรีแล้วก็เพศชายก็แตกต่าง ด้วยเหตุว่ามีเครื่องใช้สอยต่างกัน สตรีจะมีชุดเสื้อผ้าที่ยาวกว่าเพราะฉะนั้นที่ห้อยเสื้อต้องสูงยิ่งกว่าเป็นมีความสูงราว 170-180 ซม. ส่วนตู้ของเพศชาย บางทีอาจจะจัดเป็นสองตอนเป็น สำหรับห้อยเสื้อด้านบน และก็ห้อยกางเกงด้านล่าง